tam.co.th
BEAUTY BLOG
แสงแดด (Sunlight) อันตรายที่มองไม่เห็น

แสงแดด (Sunlight) อันตรายที่มองไม่เห็น



แสงแดด (Sunlight)
มีรังสีหลายอย่างที่แผ่ออกมา เช่น

1. รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet Radiation : UV) เป็น invisible light
ULTRAVIOLET ค้นพบในปี 1801 โดย Johann Wilhelm Ritter[1][2] ได้ทำการทดลองเพื่อตรวจสอบการมีอยู่ของพลังงานที่อยู่นอกเหนือจากปลายแสงสีม่วงของสเปกตรัมที่มองเห็นได้ เมื่อรู้ว่ากระดาษถ่ายภาพจะเปลี่ยนเป็นสีดำในแสงสีน้ำเงินได้เร็วกว่าแสงสีแดงเขาจึงเปิดกระดาษให้แสงเกินกว่าปลายแสงสีม่วง กระดาษกลายเป็นสีดำพิสูจน์การมีอยู่ของแสงอัลตราไวโอเลต เขาเรียกรังสีนี้ว่า Deoxidizing Rays[2] ต่อมาเรียกว่า UV (ULTRAVIOLET)

ULTRAVIOLET เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สั้นช่วงต่อจากแสงสีม่วง (ระหว่าง Visible Spectrum กับ X-ray) เป็นรังสีที่ตาคนมองไม่เห็น และไม่สามารถรับรู้ได้ The Commission Internationale de l´Eclairage (CIE) ได้แบ่งรังสี UV ตามช่วงความยาวคลื่น (Spectrum or Ultraviolet Wavelength)[2][3] ออกเป็น 3 ย่านความถึ่ เรียงตามความยาวคลื่นยาว (UVA) ไปหาความยาวคลื่นสั้น (UVC) ดังนี้คือ

1.1 Ultraviolet A or (UVA) ความยาวคลื่น 315-400nm.
แยกเป็น 2 Subrange คือ UVAI (340-400 nm) และ UVAII (320-340 nm)[4]
UVA จะลงลึกไปทำลายเซลล์ผิวถึงชั้นหนังแท้ (Dermis/Hypodermis) ก่อให้เกิดปฏิกิริยาชีวภาพแสง (Photobiological reaction) ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระต่างๆในชั้นผิว ทำลาย Collagen และ Elastin ต่างๆในผิว ทำให้เซลล์เสื่อมเกิดเป็นริ้วรอย เป็นตัวการของความแก่(Aging) ผลจากแสงแดดที่ทำให้ผิวแก่เรียกว่า photoaging, DNA อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง (Skin cancer)ได้ และยังไปกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เม็ดสีผิว (Melanin) เพิ่มขึ้นเรียกว่า (Hyperpigmentation)

1.2 Ultraviolet B or (UVB) ความยาวคลื่น 280-320 nm.
UVB จะลงลึกไปทำลายเซลล์ผิวถึงชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) อาจทำให้ผิวไหม้ (Sunburn หรือ Erythema) หากได้รับในปริมาณมากเกินความเป็นประโยชน์ จะมีผลต่อการทำลายระบบภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง เพิ่มความเสี่ยงต่อดีเอ็นเอและความเสียหายของเซลล์อื่นๆ ทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ ทำให้ผิวหนังมีริ้วรอย ก่อให้เซลล์ต่างๆมีความผิดปกติไป จนอาจเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง (Skin cancer) ได้ โชคดีที่ UVB 95 % ถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศของโลก[5]

1.3 Ultraviolet C or (UVC) ความยาวคลื่น 100-280 nm.
อันตรายต่อร่างกายได้อย่างรุนแรงที่สุด เช่น ผิวแดงไหม้เกรียม แต่ UVC ถูกดูดซับโดยชั้นบรรยากาศเกือบทั้งหมด





ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Light

2. แสงที่ตามองเห็น (Visible Light : VL) ความยาวคลื่น 380-780 nm
ระมัดระวังแสงสีฟ้า/ม่วง (Blue Light) หรือ High Energy Visible Light (HEV Light) เป็นคลื่นแสงพลังงานสูง ซึ่งตามองเห็นได้ ความยาวคลื่นช่วง 400-500 nm ซึมลงลึกมากถึงชั้นไขมัน (Fat,Hypodermis) ที่อยู่ใต้หนังแท้ ทำให้เกิดความร้อนในผิว เกิดอนุมูลอิสระ และทำลายเซลล์ผิวให้อักเสบได้ ก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้คล้ายกับรังสี UVA1

ถ้าเราเห็นแสงที่สีออกฟ้าๆ ม่วงๆ แสดงว่าอยู่ใกล้ UV มากกว่าเห็นแสงสีแดง
ถ้านัยน์ตาถูกกระตุ้นด้วยแสงตลอดทั้งช่วงความยาวคลื่น 380-780 nm สีที่ได้คือแสงสีขาว หากนำแท่งแก้วปริซึมมาหักเหแสงอาทิตย์ เราจะเห็นว่าแสงสีขาวถูกหักเหออกเป็นสีต่างๆ ดังนี้
ม่วง Violet ความยาวคลื่น 380-420 nm
คราม Indigo ความยาวคลื่น 420-440 nm
น้ำเงิน Blue ความยาวคลื่น 440-490 nm
เขียว Green ความยาวคลื่น 490-575 nm
เหลือง Yellow ความยาวคลื่น 570-585 nm
แสด Orange ความยาวคลื่น 585-650 nm
แดง Red ความยาวคลื่น 650-780 nm[6]
คล้ายกับสีของรุ้งกินน้ำ เรียกว่า “สเปกตรัม” (Spectrum) แสงแต่ละสีมีพลังงานและความยาวคลื่นแตกต่างกัน ถ้าพลังงานต่ำความยาวคลื่นจะสูงผกผันกัน โดยสีม่วงจะมีพลังงานสูงสุด (ความยาวคลื่นสั้นที่สุด 400nm) พลังงาน จะลดลงเรื่อยๆตามลำดับ จนกระทั่งเห็นสีแดงที่มีพลังงานต่ำสุด (ความยาวคลื่นยาวที่สุด) 50 % ของแสงที่ตามองเห็น ถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศของโลก[7][8]







3. รังสีอินฟราเรด (Infrared Radiation : IR) เป็น invisible light
The Commission Internationale de l´Eclairage (CIE) ได้แบ่งรังสี Infrared ตามช่วงความยาวคลื่นดังนี้
3.1 IR-A: 700-1,400nm (0.7-1.4 μm)
3.2 IR-B: 1,400-3,000nm (1.4-3 μm)
3.3 IR-C: 3,000-1mm. (3μm-1,000 μm)
รังสี IR เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตาคนมองไม่เห็น (Invisible Light) มีพลังงานน้อยแต่ความร้อนสูง รับรู้ได้ในรูปของความร้อนทั้งจากแสงแดด หรือ จากเปลวไฟ การแผ่รังสี (Radiation) ถือเป็นการถ่ายทอดความร้อนที่มีประสิทธิภาพที่สุด รังสี IR เมื่อกระทบกับวัตถุจะทำให้เกิดความสั่นสะเทือนของโมเลกุลของวัตถุนั้นๆ จนทำให้เกิดความร้อนขึ้นทันที อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ นำไปสู่การเสียหายของ DNA[9]

Visible Light และ Infrared Radiation เข้าสู่ผิวหนังได้แต่ไม่ถูกดูดซับไว้จึงไม่อันตราย ส่วน ULTRAVIOLET เข้าสู่ผิวหนัง และถูกดูดซับไว้ได้จึงต้องป้องกันอันตรายด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด

รังสีจากดวงอาทิตย์ที่ผ่านทะลุชั้นบรรยากาศมายังพื้นโลกได้[10][11]
5% Ultraviolet light (100-400 nm)
50% Visible light (400-700 nm)
25% Blue light (400-500 nm)
45% Infrared light (700 nm - 1 mm)







ประโยชน์ของแสงแดด มีดังนี้

ประโยชน์ของ UVA
UVA ช่วงความถึ่ 345-400 nm ใช้ทำ Black Light เรืองแสง[12] ใช้ในการตรวจธนบัตร, ตรวจลายเซ็น, ตรวจบัตรเครดิต, ตรวจหารอยเลือด (Blood Stain), รอยนิ้วมือ (Forge), ลายนิ้วมือ (Criminology)
UVA ช่วงความถึ่ 315-400 nm ใช้ทำ Insect Trap เพื่อดักแมลงเนื่องจากตาของแมลงรับรู้ได้ดีในช่วงช่วงความถึ่นี้[13]
UVA ช่วงความถึ่ 320-390 nm ใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง (Photo-therapy for Skin-diseases) เพราะช่วงความยาวคลื่นมีผลโดยตรงต่อเม็ดสี(Pigmentation) เช่น โรคตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด (Treatment of Hyperbilirubinaemia) โรคคนเผือก (Photo-therapy in Dermatology) ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ประโยชน์ของ UVB
หากได้รับในระดับต่ำจะมีประโยชน์ต่อการสร้างวิตามินดี ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคที่อยู่บนผิวหนัง และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย

ประโยชน์ของ UVC
ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค (Disinfecting), หลอดฆ่าเชื้อ หรือ Germicidal Lamp(UV Lamp) ให้รังสีคลื่นสั้น UV-C 253.7 nm[14]
(หลอดฆ่าเชื้อคือ หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดนีออนที่ไม่ได้เคลือบผงฟอสเฟอร์)

ประโยชน์ของ แสงที่ตามองเห็น (Visible Light : VL)
รังสีในช่วงนี้มีความสว่างที่มนุษย์ต้องการเพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ของ รังสีอินฟราเรด (Infrared Radiation : IR)
นำมาใช้งานในวงการอบได้เป็นอย่างดีเช่น ห้องอบสีรถยนต์หรือชิ้นงานโลหะ, อบกระดาษ, อบกาว, อบสีหมึกพิมพ์, ทำให้ฟิล์มหดตัว (Shrink Wrap) ใช้ในการห่อสิ่งของ การฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง (Pasteurizing) เป็นต้น

บทความต่อไปเรื่องสารกันแดด (Sunscreen)



References
1. J Barth. Johann Wilhelm Ritter (1776-1810) and the discovery of ultraviolet irradiation 185 years ago. Hautarzt. 1987 May;38(5):301-3.
2. https://www.newworldencyclopedia.org/entry/Ultraviolet
3. http://files.cie.co.at/724_cie209_2014.pdf
4. L J Webber, E Whang, E C De Fabo. The effects of UVA-I (340-400 nm), UVA-II (320-340 nm) and UVA-I+II on the photoisomerization of urocanic acid in vivo. Photochem Photobiol. 1997 Oct;66(4):484-92. doi: 10.1111/j.1751-1097.1997.tb03177.x.
5. http://solar-center.stanford.edu/about/uvlight.html
6. www.bfs.de/EN/topics/opt/visible-light/introduction/introduction.html
7. earthobservatory.nasa.gov/features/SORCE/sorce _02.php
8. Tobias Mann, Kerstin Eggers, Frank Rippke, Mirko Tesch, Anette Buerger, Maxim E. Darvin, Sabine Schanzer, Martina C. Meinke, Jürgen Lademann, and Ludger Kolbe. High‐energy visible light at ambient doses and intensities induces oxidative stress of skin-Protective effects of the antioxidant and Nrf2 inducer Licochalcone A in vitro and in vivo. Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2020 Mar; 36(2): 135–144.
9. S. Kimeswenger, A. Schwarz, D. Födinger, S. Müller, H. Pehamberger, T. Schwarz, and C. Jantschitsch. Infrared A Radiation Promotes Survival of Human Melanocytes Carrying Ultraviolet Radiation-Induced DNA Damage. Exp Dermatol. Author manuscript; available in PMC 2017 Dec 20.
10. Dupont et al., Int J Cos Sci (2013) 35, 224-232 Svobodová, Int J Radiat Biol (2010) 86, 999–1030
11. https://ifscc.org/wp-content/uploads/2019/05/Emanuele-Piras-_Synergy-of-mica-and-inorganic-UV-filters-for-Blue-Light-Protection.pdf
12. Walter T. Grondzik, Alison G. Kwok. Mechanical and Electrical Equipment for Buildings. Wiley & Sons, Jan 31, 2011.
13. David H. Sliney, David W. Gilbert, and Terry Lyon. Ultraviolet safety assessments of insect light traps. J Occup Environ Hyg. 2016 Jun 2; 13(6): 413–424.
14. Ultraviolet Germicidal Irradiation Handbook (pp.17-50). July 2009. DOI: 10.1007/978-3-642-01999-9_2
15. https://en.wikipedia.org/wiki/Light
16. https://en.wikipedia.org/wiki/Visible_spectrum
17. https://en.wikipedia.org/wiki/Ultraviolet
18. https://science.nasa.gov/ems/10_ultravioletwaves
19. https://en.wikipedia.org/wiki/Infrared
20. Brummitte Dale Wilson, Summer Moon, and Frank Armstrong. Comprehensive Review of Ultraviolet Radiation and the Current Status on Sunscreens. J Clin Aesthet Dermatol. 2012 Sep; 5(9): 18–23.


( 2021-05-11 )

BEAUTY BLOG
แสงแดด (Sunlight) อันตรายที่มองไม่เห็น
แสงแดด (Sunlight) อันตรายที่มองไม่เห็น
เวชสำอางต่างจากเครื่องสำอาง อย่างไร ?
เวชสำอางต่างจากเครื่องสำอาง อย่างไร ?
Organic Rose Water เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
Organic Rose Water เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
Intermittent fasting (IF) ลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?
Intermittent fasting (IF) ลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?
เคล็ดลับช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้น
เคล็ดลับช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้น
ฝ้า เป็นง่ายหากยาก ดูแลอย่างไร?
ฝ้า เป็นง่ายหากยาก ดูแลอย่างไร?
AHAs, BHAs, PHAs เร่งผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอก
AHAs, BHAs, PHAs เร่งผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอก
Propanediol ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติสู่ผิวคุณ
Propanediol ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติสู่ผิวคุณ
Niacinamide (Vitamin B3) เพื่อผิวที่แข็งแรง
Niacinamide (Vitamin B3) เพื่อผิวที่แข็งแรง
ไฮยาลูรอน (Hyaluron) หรือ ไฮยาลูโรนิก เอซิด (Hyaluronic Acid)
ไฮยาลูรอน (Hyaluron) หรือ ไฮยาลูโรนิก เอซิด (Hyaluronic Acid)
การกินเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดสิวได้อย่างไร?
การกินเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดสิวได้อย่างไร?
ตำแหน่งของสิวบนใบหน้า บอกอะไรเราบ้าง?
ตำแหน่งของสิวบนใบหน้า บอกอะไรเราบ้าง?
Shea Butter เพื่อบำรุงผิวที่บอบบางให้นุ่มนวลเสมอ
Shea Butter เพื่อบำรุงผิวที่บอบบางให้นุ่มนวลเสมอ
ELCENS MELASMA CLEAR ACNE CARE
ELCENS MELASMA CLEAR ACNE CARE
เครื่องสำอางใช้อะไรก่อนหลัง
เครื่องสำอางใช้อะไรก่อนหลัง
กันแดด Sunscreen | nattigan.com
กันแดด Sunscreen | nattigan.com
Zing PCA ลดความมันส่วนเกินบนผิว ดูแลสิวอักเสบ
Zing PCA ลดความมันส่วนเกินบนผิว ดูแลสิวอักเสบ
การดูแล สิว สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด
การดูแล สิว สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด